Article 79 : ภาพรวม VS รายละเอียด

สวัสดีครับทุกๆ ท่าน ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจนได้นะครับ...

 

วันอะไร?


ก็...วันที่บรรดาหนังสือจากทีมงาน EARN concept จะมีชื่อสำนัก

เป็นของตัวเองอย่างเป็นทางการว่า "สำนัก EARN concept" น่ะสิครับ ^^


(ไปจดทะเบียนมาในวันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2011 ที่สำนักงานเขต คนโล่ง...

รู้สึกคิดถูก เพราะถ้าไปวันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ คงต้องเข้าคิวยาววววว

เนื่องจากมีคู่รักจำนวนมากมายไปจดทะเบียนสมรสกันแน่นขนัด)


จริงๆ แล้วผมก็ดีใจไปคนเดียวล่ะครับ เพียงแต่คิดว่าถ้าได้เขียนออกมา

เป็นลายลักษณ์อักษรก็คงจะดีไม่น้อย ^^


ครั้งที่แล้วได้เขียนถึงช่วงชีวิตหนึ่งที่พยายามที่จะศึกษาเกมหมากล้อม

หรือ โกะ (GO) แต่แล้วก็ต้องถอดใจ เพราะคำว่า "สูตรมุม" หรือ Joseki นั่นเอง


ในตอนแรกที่ชอบหมากล้อมเพราะเสน่ห์ของเกมนี้ อยู่ที่การสร้างกองทัพของเราขึ้นมา

จากความว่างเปล่า ไปสู่ภาพเต็มกระดาน และในเกมๆ หนึ่งมีสงครามย่อยๆ เกิดขึ้นมากมาย

ต้องอ่านให้ออกว่าสงครามไหนสำคัญที่สุด ถ้าอ่านพลาดก็สามารถแพ้เอาง่ายๆ

อารมณ์ของเกมช่างแตกต่างจากหมากรุก ที่มีเพียงสงครามเดียว

และเริ่มจากเต็มกำลังกองทัพ 100% ไปสู่ความว่างเปล่า


หมากล้อมมันเหมือน ขาวกับดำแข่งกันวาดภาพ ใครที่วาดสวยกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ...

ผู้ที่มองภาพรวมของเกมได้ดีกว่า ย่อมเป็นต่อ

ดังนั้นผู้ที่ถนัดใช้สมองด้านขวา เบื้องต้นจึงดูเหมือนจะได้เปรียบ

เพราะเป็นด้านที่ทำหน้าที่ในการมองภาพรวม...


แนวคิดฟังดูมีเสน่ห์มากสำหรับผม เพราะชอบอะไรที่เป็นภาพรวมอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

แต่แล้วก็มาพบว่า ในช่วงเริ่มเกมนั้น มันมีเรื่องที่ต้องจดจำเยอะมาก ซึ่งเป็นเรื่องของรายละเอียด

สิ่งนั้นเรียกกันว่า "สูตรมุม" ซึ่งมีรูปแบบเป็นพันๆ แบบ มันคือวิธีการวางหมากในช่วงเริ่มเกม

ที่บริเวณมุมกระดาน อันเกิดจากภูมิปัญญานับพันปี จนกลายเป็นสูตรขึ้นมา

ถ้ามองในมุมนี้บ้าง ผู้ที่ถนัดใช้สมองด้านซ้ายมากกว่า จะได้เปรียบขึ้นมาทันที

เพราะจะถนัดในการจดจำรายละเอียด

 

ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงใกล้จบเกม การวางหมากแต่ละที

ส่งผลละเอียดถึงขั้นการแพ้ชนะกันเพียงแค่ครึ่งคะแนน

ผู้ที่เล่นเป็น จะวางไป คำนวณคะแนนไปด้วย ต่างจากมือสมัครเล่นที่เล่นจบแล้ว

ค่อยมานั่งจิบน้ำชา นับแต้มว่าตกลงนี่เราแพ้ หรือชนะกันแน่ ความละเอียดแม่นยำนี้ยิ่งทำให้

นักเล่นสมองซ้ายได้เปรียบเข้าไปใหญ่...


แต่อย่าลืมว่า โกะ เป็นเกมที่ต้องมองภาพรวม...


สุดท้ายเลยค้นพบสัจธรรมว่า... ผู้ที่จะเป็นเซียนหมากล้อมได้นั้น จะต้องใช้สมองเก่ง

ทั้ง 2 ด้าน ซ้ายและขวาพร้อมๆ กัน คือเก่งทั้ง ภาพรวม เก่งทั้ง รายละเอียด

นอกจากจะต้องจำสูตรต่างๆ ได้แม่นแล้ว (รายละเอียด)

ยังสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์อีกด้วย (มองภาพรวมออก)


ซึ่งอันที่จริงแล้ว ไม่ใช่แค่หมากล้อมเท่านั้น ศาสตร์อื่นๆ ก็เช่นกัน

ผู้ที่จะไปถึงที่สุดของศาสตร์ใดๆ ได้ จะต้องพึ่งพาสมองทั้ง 2 ด้าน

ต้องเข้าใจทั้งภาพรวมและรายละเอียดของสิ่งนั้นๆ เป็นอย่างดี


การจะทำเช่นนั้นได้ จะต้องทุ่มเทและมีความหลงใหลอย่างมากมายเกินขีดจำกัด

ของคำว่า เล่นสนุกๆ หรือ เล่นขำๆ... ผมจึงเริ่มรู้ตัวว่า หากเป็นเช่นนั้น ไม่สู้

นำพลังและเวลาไปใช้กับสิ่งที่เราหลงใหล หรือหลงรักจะดีกว่า


มีผู้ที่กล่าวว่า การร่ำรวยนั้นไม่ยากเลย ขอเพียงรู้ในสิ่งที่เราทำอย่างดีที่สุด

เพียงแค่อย่างเดียว อะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่ต้องรู้ให้มากกว่าใครทั้งหมด...

โอ้!...จริงๆ แล้วมันยากนี่นา T_T


ขอให้ทุกๆ ท่านมีความสุขในสิ่งที่กำลังทำอยู่...

เนื่องในเดือนแห่งความรัก (ถึงจะช้าไปหน่อย แต่ก็ยังทัน ^^)


ธนภัทร รุ่งธนาภิรมย์

26.02.11


แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ

CAPTCHA
กรุณาพิมพ์อักษรในรูปภาพเพื่อป้องกันการส่งข้อความสแปม
Image CAPTCHA
กรอกตัวอักษรในรูปโดยไม่เว้นวรรค