Nont's blog

หนังสือซีรี่ส์ "คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ" ทั้งหมดมี 6 เล่ม

เล่ม 1 เป็นไทด้วยหุ้น

เล่ม 2 จัดพอร์ตหุ้นห่านทองคำ

เล่ม 3 ถอดรหัสหุ้น

โดย: เทพ รุ่งธนาภิรมย์

เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2012 เป็นต้นไป ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

หนังสือ "กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ" พิมพ์ครั้งที่ 4

โดย เทพ รุ่งธนาภิรมย์

มีวางจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศแล้วนะครับ ^^

 

 

'คู่มือบริหารเงิน 2 ตอน สติปัญญาด้านการเงิน'

เรื่อง/ภาพ: ธนภัทร รุ่งธนาภิรมย์

 

ในเล่มนี้ เราจะมาสำรวจเกี่ยวกับ "สติปัญญาด้านการเงิน" กันว่าคืออะไร?

และจะสามารถเพิ่มพูนขึ้นได้อย่างไร? เป็นการต่อยอดจากคู่มือบริหารเงินเล่มที่แล้ว

ด้วยการมองภาพรวม และเจาะลึกรายละเอียด พื้นฐานการเงินทั้ง 4 ประการ (หา, ออม, จ่าย, และลงทุน) ให้มากยิ่งขึ้น

 

โปรดระวังให้ดี (เช่นเคย) !!! กับหน้าปกหนังสือที่มีให้เลือก 2 แบบ ปกมาตรฐานรูป portrait อันดา

และปกพิเศษรูป portrait เอิร์น เนื้อหาข้างในเหมือนกันทุกประการ


'คู่มือบริหารเงิน 2 ตอน สติปัญญาด้านการเงิน' เริ่มวางจำหน่ายวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2011 เป็นต้นไป

ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ (เริ่มจากซีเอ็ดก่อนแล้วจึงทยอยวางตามร้านอื่นๆ)

 


ขอบคุณครับ ^^

ทีมงาน EARN concept

 

/node/1117

"คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ (6) แกะรอยหุ้นเด่น"

ผลงานลำดับที่ 6 ของซีรี่ส์ คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ

โดย เทพ รุ่งธนาภิรมย์


เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ วันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2011 เป็นต้นไป

โดย SE-ED Book Center และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

ทีมงาน EARN concept

 

หนังสือ EARN concept เคล็ดลับความมั่งคั่ง

พิมพ์ครั้งที่ 3 ฉบับปรับปรุงใหม่

เรื่อง/ภาพ: ธนภัทร รุ่งธนาภิรมย์

 

เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2011 เป็นต้นไป

สิ่งที่เปลี่ยนไปมากๆ ของ Edition 3 นี้ นอกจากหน้าปก, ขนาดรูปเล่ม, และภาพเพิ่มเติมภายในเล่มแล้ว

ก็คือ ช่องคำพูดภายในเล่ม มีการใช้ font ตัวพิมพ์แทนที่จะเป็นลายมือ

ดังนั้น Edition 1 และ 2 ที่เขียนด้วยลายมือ จะกลายเป็น Classic Edition

ที่จะไม่มีการพิมพ์ซ้ำอีกต่อไป

 

ขอบคุณครับ,

ทีมงาน EARN concept

 

 

"คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ (5) เจาะลึกตลาดหุ้น"

งานเขียนเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นสไตล์ห่านทองคำ

เล่มล่าสุดของ เทพ รุ่งธนาภิรมย์

ผลงานลำดับที่ 5 ของซีรี่ส์ คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ

จัดพิมพ์โดยสำนักเอิร์นคอนเซ็ปต์

 

"คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ (5) เจาะลึกตลาดหุ้น" จะเริ่มวางจำหน่าย

ตั้งแต่ วันอังคารที่ 15 มีนาคม 2011 เป็นต้นไป

โดย SE-ED Book Center และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศครับ

 

สวัสดีครับทุกๆ ท่าน ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจนได้นะครับ...

 

วันอะไร?


ก็...วันที่บรรดาหนังสือจากทีมงาน EARN concept จะมีชื่อสำนัก

เป็นของตัวเองอย่างเป็นทางการว่า "สำนัก EARN concept" น่ะสิครับ ^^


(ไปจดทะเบียนมาในวันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2011 ที่สำนักงานเขต คนโล่ง...

รู้สึกคิดถูก เพราะถ้าไปวันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ คงต้องเข้าคิวยาววววว

เนื่องจากมีคู่รักจำนวนมากมายไปจดทะเบียนสมรสกันแน่นขนัด)


จริงๆ แล้วผมก็ดีใจไปคนเดียวล่ะครับ เพียงแต่คิดว่าถ้าได้เขียนออกมา

เป็นลายลักษณ์อักษรก็คงจะดีไม่น้อย ^^


ครั้งที่แล้วได้เขียนถึงช่วงชีวิตหนึ่งที่พยายามที่จะศึกษาเกมหมากล้อม

หรือ โกะ (GO) แต่แล้วก็ต้องถอดใจ เพราะคำว่า "สูตรมุม" หรือ Joseki นั่นเอง


ในตอนแรกที่ชอบหมากล้อมเพราะเสน่ห์ของเกมนี้ อยู่ที่การสร้างกองทัพของเราขึ้นมา

จากความว่างเปล่า ไปสู่ภาพเต็มกระดาน และในเกมๆ หนึ่งมีสงครามย่อยๆ เกิดขึ้นมากมาย

ต้องอ่านให้ออกว่าสงครามไหนสำคัญที่สุด ถ้าอ่านพลาดก็สามารถแพ้เอาง่ายๆ

อารมณ์ของเกมช่างแตกต่างจากหมากรุก ที่มีเพียงสงครามเดียว

และเริ่มจากเต็มกำลังกองทัพ 100% ไปสู่ความว่างเปล่า


หมากล้อมมันเหมือน ขาวกับดำแข่งกันวาดภาพ ใครที่วาดสวยกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ...

ผู้ที่มองภาพรวมของเกมได้ดีกว่า ย่อมเป็นต่อ

ดังนั้นผู้ที่ถนัดใช้สมองด้านขวา เบื้องต้นจึงดูเหมือนจะได้เปรียบ

เพราะเป็นด้านที่ทำหน้าที่ในการมองภาพรวม...


แนวคิดฟังดูมีเสน่ห์มากสำหรับผม เพราะชอบอะไรที่เป็นภาพรวมอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

แต่แล้วก็มาพบว่า ในช่วงเริ่มเกมนั้น มันมีเรื่องที่ต้องจดจำเยอะมาก ซึ่งเป็นเรื่องของรายละเอียด

สิ่งนั้นเรียกกันว่า "สูตรมุม" ซึ่งมีรูปแบบเป็นพันๆ แบบ มันคือวิธีการวางหมากในช่วงเริ่มเกม

ที่บริเวณมุมกระดาน อันเกิดจากภูมิปัญญานับพันปี จนกลายเป็นสูตรขึ้นมา

ถ้ามองในมุมนี้บ้าง ผู้ที่ถนัดใช้สมองด้านซ้ายมากกว่า จะได้เปรียบขึ้นมาทันที

เพราะจะถนัดในการจดจำรายละเอียด

 

ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงใกล้จบเกม การวางหมากแต่ละที

ส่งผลละเอียดถึงขั้นการแพ้ชนะกันเพียงแค่ครึ่งคะแนน

ผู้ที่เล่นเป็น จะวางไป คำนวณคะแนนไปด้วย ต่างจากมือสมัครเล่นที่เล่นจบแล้ว

ค่อยมานั่งจิบน้ำชา นับแต้มว่าตกลงนี่เราแพ้ หรือชนะกันแน่ ความละเอียดแม่นยำนี้ยิ่งทำให้

นักเล่นสมองซ้ายได้เปรียบเข้าไปใหญ่...


แต่อย่าลืมว่า โกะ เป็นเกมที่ต้องมองภาพรวม...


สุดท้ายเลยค้นพบสัจธรรมว่า... ผู้ที่จะเป็นเซียนหมากล้อมได้นั้น จะต้องใช้สมองเก่ง

ทั้ง 2 ด้าน ซ้ายและขวาพร้อมๆ กัน คือเก่งทั้ง ภาพรวม เก่งทั้ง รายละเอียด

นอกจากจะต้องจำสูตรต่างๆ ได้แม่นแล้ว (รายละเอียด)

ยังสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์อีกด้วย (มองภาพรวมออก)


ซึ่งอันที่จริงแล้ว ไม่ใช่แค่หมากล้อมเท่านั้น ศาสตร์อื่นๆ ก็เช่นกัน

ผู้ที่จะไปถึงที่สุดของศาสตร์ใดๆ ได้ จะต้องพึ่งพาสมองทั้ง 2 ด้าน

ต้องเข้าใจทั้งภาพรวมและรายละเอียดของสิ่งนั้นๆ เป็นอย่างดี


การจะทำเช่นนั้นได้ จะต้องทุ่มเทและมีความหลงใหลอย่างมากมายเกินขีดจำกัด

ของคำว่า เล่นสนุกๆ หรือ เล่นขำๆ... ผมจึงเริ่มรู้ตัวว่า หากเป็นเช่นนั้น ไม่สู้

นำพลังและเวลาไปใช้กับสิ่งที่เราหลงใหล หรือหลงรักจะดีกว่า


มีผู้ที่กล่าวว่า การร่ำรวยนั้นไม่ยากเลย ขอเพียงรู้ในสิ่งที่เราทำอย่างดีที่สุด

เพียงแค่อย่างเดียว อะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่ต้องรู้ให้มากกว่าใครทั้งหมด...

โอ้!...จริงๆ แล้วมันยากนี่นา T_T


ขอให้ทุกๆ ท่านมีความสุขในสิ่งที่กำลังทำอยู่...

เนื่องในเดือนแห่งความรัก (ถึงจะช้าไปหน่อย แต่ก็ยังทัน ^^)


ธนภัทร รุ่งธนาภิรมย์

26.02.11


สวัสดีครับ ใกล้จะถึงปีใหม่เข้าไปทุกทีแล้วนะครับ

ปีนี้ เพื่อนๆ ตั้งใจที่จะฉลองปีใหม่กับคนที่เรารักอย่างไรกันบ้าง?


เส้นทางนักเขียนตอนที่ 3 นี้ ผมก็จะขอเล่าเรื่องราวต่อจากตอนที่แล้ว

ที่ได้ใช้เวลา 1 ปีในการค้นหาว่าตนเอง อยากที่จะทำอะไร...


ในช่วงเวลาที่กำลังค้นหาอยู่นั้นเอง มันมีกระแสของเกมกระดานเกมหนึ่ง ที่ชื่อว่า

เกมหมากล้อม หรือ โกะ (Go) กำลังมาแรงมากๆ ผมเองก็พลอยสนใจ

อยากเล่นไปด้วย จึงพยายามเริ่มศึกษาด้วยตนเองโดยการ

หาหนังสืออ่าน ยิ่งอ่านไปก็ยิ่งรู้สึกสนุก และอยากจะลองเล่นจริง

แต่จำได้ว่า หาคนเล่นด้วยยากทีเดียว พอได้ยินว่าสามารถเล่น online ได้

ก็ลองอยู่สักพัก แต่เนื่องจากสมัยนั้น net ช้า เลยไม่ค่อยสนุก


ประสบการณ์ส่วนใหญ่ของผมเกี่ยวกับหมากล้อมจึงค่อนข้างที่จะ

อยู่ในหนังสือ แต่แม้กระนั้น ก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากเกมกระดานสุดมหัศจรรย์นี้


โกะ เป็นเกมที่ผู้เล่นทั้งสองฝ่าย ผลัดกันวางหมากคนละหนึ่งหมากไปเรื่อยๆ (ดำ VS. ขาว)

สุดท้ายผู้ชนะคือผู้ที่สามารถครอบครองพื้นที่ว่าง ได้มากกว่าอีกฝ่าย

ง่ายแค่นั้นเอง...

แต่...

เกมที่ดูเหมือนง่ายๆ เช่นนี้ ได้แฝงไว้ด้วยกลยุทธ์มหาศาลนับไม่ถ้วน ในกระดานๆ หนึ่ง

เนื่องจากแต่ละฝ่าย ได้รับทรัพยากรจำนวนเท่าๆ กัน (คือ การวางหมากได้ครั้งละ 1 หมาก)

ดังนั้นผู้ที่สามารถวางแต่ละหมากให้เกิดประสิทธิภาพ (Efficiency) สูงกว่าอีกฝ่าย

ย่อมเป็นผู้ชนะในที่สุด...


กลยุทธ์นับไม่ถ้วนที่เกิดขึ้นระหว่างเกมนี่ล่ะครับ ที่ผมคิดว่ามันช่างน่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก

เพราะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการวางแผนชีวิตได้อย่างดีเยี่ยม

ยกตัวอย่างเช่น...


หัวข้อที่ 22 ในคู่มือบริหารใจของผมก็ได้แนวคิดมาจากเกมหมากล้อม

นั่นคือ ทางเลือกที่ดี คือทางเลือกที่ไม่ว่าจะออกหัวหรือก้อยก็ดีทั้งนั้น


ผู้ที่ได้เปรียบในเกมโกะคือ ผู้ที่มีทางเลือกมากกว่าคู่ต่อสู้ ในขณะที่ถูกบีบ

ให้เข้าสู่ทางตัน ถ้ามีทางเลือกมากกว่าย่อมไม่เสียเปรียบง่ายๆ

จึงเป็นที่มาของการเลือกในทางเลือกที่จะส่งผลดีทั้งสองทาง

เนื่องจากหลายๆ ครั้งเราไม่สามารถควบคุมผลที่จะออกมาได้

การสร้างทางเลือกให้ตนเองจึงเป็นเรื่องที่ดี...


แนวคิดนี้นอกจากจะช่วยในการวางแผนชีวิตแล้ว ยังช่วยให้

มีสติปัญญาในการวางแผนการลงทุนอีกด้วย เช่น ในช่วงที่หุ้นขึ้นมากๆ นั้น

คนเราจะเกิดความโลภ และคิดว่าน่าจะกู้เงินมาเล่นหุ้น เพราะมั่นใจว่ายังไงหุ้นก็ต้องขึ้นต่อ

เมื่อได้กำไรแล้วค่อยขายมาใช้หนี้ แล้วเอาส่วนต่าง เท่ากับได้เงินฟรีๆ


การวางแผนเช่นนี้ เป็นการไม่คำนึงถึงผลที่จะออกทั้งหัวและก้อย

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าผลออกมาตรงข้ามกับที่เก็งเอาไว้?


เช่นนี้แล้วไม่ควรลงทุนในหุ้นด้วยเงินร้อนเลย แต่ควรใช้เงินเย็น

เพราะการใช้เงินเย็นทำให้เราได้รับทางเลือกที่มากกว่า หากหุ้นขึ้น

เราจะทยอยขายบางส่วน หรือ ถ้าหุ้นลง เราจะถือไว้ รับเงินปันผล

ก็ไม่มีเจ้าหนี้ที่ไหนสามารถมาบังคับให้เราขายหุ้นได้

เพราะเป็นเงินและสิทธิ์ของเราเอง


สรุปคือ ถ้าพยายามเลือกในทางเลือกที่ไม่ว่าออกหัวหรือก้อยก็ดีทั้งนั้นอยู่เสมอๆ

ก็คงเป็นการยากขึ้น ที่จะมีใครหรือสถานการณ์ใดมาบีบเราให้จนมุมได้


นี่เป็นหนึ่งในข้อคิดที่ผมได้รับจากการศึกษาหมากล้อม ณ เวลานั้น

และเป็นแนวทางที่ผมใช้ในการเลือกอาชีพของตนเอง ในเวลาต่อมา...


หลังจากศึกษาได้ระยะหนึ่งและชื่นชมกับข้อคิดอันมีประโยชน์

มหาศาลแล้ว ผมก็รู้เลยว่า ตนเองไม่สามารถเป็นเซียนหมากล้อมได้

เพราะอะไรเหรอครับ?...

เพราะการจะเป็นเซียนหมากล้อมได้นั้น

เรียกร้องในสิ่งที่ผม

ไม่สามารถให้ได้ครับ...

(ซึ่งจะอธิบายในตอนต่อไป)


เช่นนั้นแล้ว ก็ขอรับเอาแต่เพียงข้อคิดอันมีประโยชน์มาเล่าสู่กันฟัง...


ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ

ในช่วงใกล้สิ้นปี 2010 :)


ธนภัทร รุ่งธนาภิรมย์

20.11.10



 



 


 

 

 

ผลงานล่าสุดของ เทพ รุ่งธนาภิรมย์ ต้นกำเนิดแนวคิดหุ้นห่านทองคำ

 

"คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ (4) วิกฤติคือโอกาส"

ได้รวบรวมงานเขียนเกี่ยวกับการลงทุนหุ้นสไตล์ห่านทองคำ

ล่าสุดของ เทพ รุ่งธนาภิรมย์

โดยเป็นผลงานเล่มที่ 4 อย่างเป็นทางการ จัดพิมพ์โดย

สำนักเอิร์นคอนเซ็ปต์ ต่อจาก "กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ",

"วิถีแห่งเซียนหุ้นห่านทองคำ", และ "ยุทธศาสตร์หุ้นห่านทองคำ"

ซึ่งจัดพิมพ์โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

"คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ (4) วิกฤติคือโอกาส" จะเริ่มวางจำหน่าย

ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 15 วันที่ 21-31 ตุลาคม 2010 นี้

ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในซุ้ม SE-ED Book Center

และจะทยอยวางตามร้านหนังสือทั่วไป ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2010

 

นอกจากนี้ภายในงาน ยังมีหนังสือเอิร์นคอนเซ็ปต์ลดราคาอีกด้วย;

EARN concept เคล็ดลับความมั่งคั่ง ลด 35%

คู่มือบริหารเงิน, คู่มือบริหารใจ, และ คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ ลด 15%

 

แล้วพบกันในงานนะครับ...

ทีมงาน EARN concept :)

 

สวัสดีอีกครั้งครับ ทุกๆท่าน :)


นี่เป็นตอนที่ 2 ของคอลัมน์ เส้นทางนักเขียน นะครับ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ติดตามอ่านมาเรื่อยๆ คงพอจะทราบว่าปกติแล้ว

เว็บของเรา ยังมีนักเขียนไฟแรง อีกสองท่านคือ คุณ Winny

ผู้เขียนเกี่ยวกับเรื่องกลยุทธ์การลงทุนสไตล์ชิลๆ แต่ไม่ขาดทุน

และคุณ Bejuk ผู้เขียนเล่าประสบการณ์ชีวิตการเงินของตนเอง

ในสไตล์อุทธาหรณ์ สอนใจวัยรุ่นอีกจำนวนมาก...


สาเหตุที่ไม่ค่อยได้เห็นคอลัมน์ของทั้งสองท่านนั้น ก็ไม่ใช่อะไรอื่น

(อะไรอื่น เช่น หมดไฟในการเขียน หรือ ทะเลาะกับ บก.

คือ ไม่ใ่ช่อะไรแบบนั้นนะครับ)

แต่เป็นเพราะว่าปัจจุบันนี้ คุณ Winny เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปสูงกว่าเดิม

ทำให้ค่อนข้างจะยุ่งไม่มีเวลามานั่งเขียนชิลๆ

ส่วนคุณ Bejuk บินไปเรียนต่อในด้านถนัดของตนเอง คือด้านกราฟฟิค

ที่ลอนดอน ก็ยุ่งอีกเช่นกันครับ...


ดังนั้น เพื่อไม่ให้ earnconcept.com จอดับ ผมเองจึงต้องรับหน้าที่

เขียนบทความต่อไป... โดยเฉพาะวันนี้เป็นวันที่เลขสวยเกินห้ามใจเหลือเกิน

คือ วันที่ 10 เดือน 10 ปี '10 ใครๆ ที่ไม่ต้องไปร่วมงานแต่งงานในวันนี้

ก็ต้องอยู่บ้าน เขียนบล๊อกกันทั้งนั้น...

ซึ่งบล๊อกของวันนี้ก็คือ...


ใช่แล้วครับ! ตอนที่ 2 ของ เส้นทางนักเขียน...

ก็ขอเริ่มด้วยคำถาม เบสิคๆ นะครับว่า...


"ปัจจุบันนี้ มีใครไหมครับที่กำลังได้ทำงานตรงกับในสายที่ตนเองร่ำเรียนมา

และยิ่งไปกว่านั้น คือกำลังมีความสุขในงานที่ทำอยู่ด้วย?"


ถ้ากำลังได้ทำในงานลักษณะเช่นที่ว่านี้อยู่ ผมต้องขอแสดงความยินดีด้วยมากๆ

นั่นก็เพราะ เป็นสถานการณ์ที่ไม่ใช่จะเกิดขึ้นกับใครได้ง่ายๆ เลย...


เนื่องจากช่วงเวลาที่กำลังเลือกว่าจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไหน หรือสอบเข้าคณะอะไรนั้น

เป็นช่วงที่เราๆ ท่านๆ ยัง งงๆ เบลอๆ กันอยู่ว่า ฉันเป็นใคร? ควรทำงานทำอาชีพอะไร?

แล้วคณะที่พอจะสอบเข้าได้นั้น มันจะให้ความรู้ที่จำเป็นต่อ งานที่ฉันอยากจะทำจริงๆ

หรือไม่? และ อีกหลายๆ คำถาม...


ผมสามารถบอกได้เลยว่า... เป็นหนึ่งในบรรดาผู้เลือกอาชีพที่ไม่ตรงกับสายที่ร่ำเรียนมา

(ซึ่งผมเรียน สถาปัตยกรรม เอกภูมิสถาปัตยกรรมศาสตร์ หรือ Landscape Architecture นะครับ)


คำถามสำคัญคือ จะรู้ได้อย่างไรว่า

สุดท้ายแล้ว เราจะเลือกทำอาชีพอะไร?

จะได้เลือกเรียนคณะให้มันถูกต้องซะตั้งแต่แรกไปเลย...


ตอนเรียนจบสถาปัตย์ใหม่ๆ ขณะที่เพื่อนๆ เริ่มได้งานทำตามบริษัทต่างๆ

เมืองไทยบ้าง ต่างประเทศบ้าง ขณะนั้น ผมจำได้ว่าตนเอง ตั้งใจที่จะไม่สมัครงาน

เป็นเวลา 1 ปี เพราะอยากจะให้เวลาตนเองบ้าง ในการคิดทบทวนว่า


"อยากทำงานอะไร และอยากเป็นใคร ฯลฯ"


เพื่อจะได้ใช้เวลาที่เหลืออย่างคุ้มค่ามีความหมาย...


ต้องบอกก่อนนะครับว่า บรรยากาศของครอบครัวผม คือ

ทุกคนต้องทำงาน ไม่ใช่ว่าจะอยู่เฉยๆ ได้

โดยเฉพาะช่วงเวลานั้น เศรษฐกิจกำลังตกสะเก็ดจากวิกฤติต้มยำกุ้งซะด้วย

ดังนั้นการใช้เวลา 1 ปี ที่ว่า

จึงย่อมมีความกดดันจากทางบ้าน และจากสภาพแวดล้อม เช่น

เพื่อนๆ ที่กำลังได้ดิบได้ดีจากการสมัครเข้าทำงานในบริษัทใหญ่ๆ...


ผมเองคิดว่า ทำไมเรียนจนอายุ 18 ปี จบ ม.6 แล้วก็ต้องพยายาม

สอบเอ็นท์ฯ ให้ติด เข้าเรียนได้ก็ต้องพยายามเรียนให้จบ ตามเวลา 5 ปี (สถาปัตย์เรียน 5 ปี)

จบมาก็ยังต้องหาที่ทำงานให้ได้เลยหรือ?

มันน่าจะมีเวลาให้คิดให้หายใจกันบ้างสิน่า...


ช่วงเวลา 1 ปีนั้น ผมก็ไม่ใช่แบบว่านอนอยู่บ้านเฉยๆ นะครับ ก็พยายามรับ Jobs

ไปด้วย ทำมันหมดทุกอย่าง ตั้งแต่ ออกแบบ website (โออ...ช่วงนั้นมาแรงสุดขีด),

วาดภาพประกอบ, วาดสีน้ำ, วาดรูปคนเหมือน, ออกแบบ landscape, ทำโมเดล,

วาดการ์ตูน, ทำโปรแกรมคอมต่างๆ ฯลฯ

นั่นคือ พยายามลองทำหลายๆ อย่างดู



ช่วงรับปริญญา ยิ่งเห็นได้ชัด ยิ่งกดดันครับ เพราะเพื่อนแต่ละคน (ส่วนใหญ่)

ค่อนข้างได้ดิบได้ดี มีงานทำมีสังกัดกันแล้ว ต่างก็มาแลกนามบัตรกัน ส่วนผมเวลาถูกถาม

ว่าทำอยู่ที่ไหน?

ได้แต่ตอบว่า...ก็ดูๆ อยู่


จนเวลา 1 ปี ล่วงโรยผ่านไป... (หรือ ร่วงโรย หรือ ล่วงเลย?)

ผมก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้อยู่ดี ว่าอยากจะทำอะไร

อันที่จริงแล้ว ที่น่าตกใจคือ อีกหลายๆ ปี ต่อจากนั้น

ผมก็ยังหาคำตอบไม่เจอเลยครับ...


แต่...

มา ณ เวลานี้ ผมรู้สึกว่า ได้ตัดสินใจถูกต้องแล้ว

ที่เริ่มถามคำถามเช่นนั้นกับตนเองในเวลาที่เหมาะสม...

และ ต้องขอบคุณ คุณพ่อและคุณแม่ อีกนับไม่ถ้วน

ที่คอยสนับสนุน และอนุญาตให้ผมทำในสิ่งที่กำลัง

จะเกิดขึ้นในเวลาต่อมา...

 

ขอให้ทุกท่านสุขสันต์ๆ เนื่องในวันเลขสวย...


ธนภัทร รุ่งธนาภิรมย์

10.10.10 <<< เลขสวยจริงๆ ด้วย


ปล. เร็วๆ นี้ จะมีผลงานหนังสือเล่มใหม่จากนักเขียนกิตติมศักดิ์แห่ง

สำนักเอิร์นคอนเซ็ปต์ คาดว่าจะออกทันงานสัปดาห์หนังสือใน

วันที่ 21 ตุลาคมนี้ แล้วจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบอีกครั้งครับ :)